วิธีตายอย่างสบายใจ
นี่ คืองานล่าสุดที่ผมออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายอ่านจบได้ง่ายๆ หรือไม่ก็รับฟังจากเสียงอ่านให้ฟังโดยญาติสนิทโดยใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ทดสอบแล้วว่าทำให้เกิดความสบายใจ หายห่วงหายกังวลได้จริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สมควรคาดหวังเหนือสิ่งอื่นใดในวาระสำคัญที่สุดของชีวิต
ที่
มาของหนังสือเล่มนี้ อาจต้องเท้าความไปเมื่อเกือบสิบปีก่อน
ตอนผมได้รับคำขอให้เขียนหนังสือเล่มเล็ก เพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้อ่าน
ซึ่งครั้งนั้นผมยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนเนื้อหาอย่างไร แบบไหนถึงจะเหมาะ
แต่ต่อมาก็ได้ไอเดียที่เป็น‘เสียดาย... คนตายไม่ได้อ่าน’ ซึ่ง
ไม่ตรงกับคำขอเท่าใดนัก เนื่องจากต้องตอบโจทย์สำคัญของชีวิต ๓ ข้อ
เนื้อหาจึงละเอียด จัดทำเป็นหนังสือเล่มเล็กไม่ได้
ต้องมีขนาดเท่าพอคเก็ตบุ๊คดังที่เห็นๆกัน
ผ่าน
มาถึงวันนี้ ผมจึงเข้าใจว่าการจะเป็นหนังสือเล่มเล็กที่ดี ที่ได้ผล
ไม่อาจเขียนรวดเดียวจบเหมือนหนังสือทั่วไป
แต่ต้องเขียนหลายๆร้อยเรื่องในช่วงเวลาสักสิบปี แล้วคัดที่ดีที่สุดสัก ๗-๘
เรื่องมารวมกัน
การ
รวบรวมเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมใจให้สบายรับความตายครั้งนี้
ผมเรียบเรียงทุกเรื่องใหม่หมด เพื่อให้กระชับและสอดรับกัน ๘ เรื่อง ได้แก่
๑) ๗ วิธีตายอย่างสบายใจ (เป็นทั้งชื่อหนังสือและชื่อเรื่องแรก)
๒) บุญแค่ไหนถึงได้ไปสวรรค์แน่?
๓) มาฝึกยอมรับความจริงกันเถอะ!
๔) คิดไม่ดี ไม่ได้แปลว่าเป็นคนไม่ดี
๕) คนทำชั่วจะกลัวที่นอน
๖) เหลือใจที่ถูกไว้ดวงหนึ่ง
๗) ใช้ชีวิตให้คุ้ม
๘) ทำบุญครั้งสุดท้าย
สำหรับ
คนไม่เชื่อเรื่องชาติหน้า ตายแล้วเกิด
หนังสือเล่มนี้มีหน้าที่ทำความสบายใจให้เกิดขึ้น ตามที่ญาติทุกคนคงปรารถนา
แต่สำหรับคนที่เชื่อในชีวิตหลังความตาย
หนังสือเล่มนี้ตั้งเป้าไว้สูงถึงขั้นส่งคนตายขึ้นฟ้าไปเสวยสวรรค์
หรืออย่างน้อยถ้ากลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็สมควรมีใจยินดีในพระพุทธศาสนา
มีแก่ใจทำเหตุแห่งการดับทุกข์ให้สำเร็จ
ที่กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะกรรมก่อนตาย (อา
สันนกรรม) มีกำลังมาก อาจจะมากกว่ากรรมที่ทำมาเป็นประจำ (อาจิณณกรรม)
เสียอีก ดังเช่นที่มีตัวอย่าง บางคนกินเหล้ามาเป็นนิตย์
แต่คิดถึงพระรัตนตรัยตลอดจนวิธีเจริญสติก่อนตาย ก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล
เป็นต้น
หรือ
ในทางตรงข้าม พระบางรูปรักษาวินัยได้ดีมาทั้งชีวิต
แต่ก่อนจะตายกลับคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ท่านเคยผิดพระวินัยเล็กน้อย
ไปพรากของเขียวเข้า เลยต้องไปอบายก่อน
เหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่มีมาในพระไตรปิฎกและอรรถกถา
พอให้เห็นความสำคัญของขณะจิตก่อนตายว่ามีความหมายสำคัญเพียงใด
หาก
เราทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้มีความสบายใจ
สามารถระลึกถึงคุณงามความดีที่ตนเองเคยทำมา ตลอดจนมีศรัทธาในพระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ และรู้วิธีเจริญสติ เพื่อเตรียมสติขณะเข้าด้ายเข้าเข็ม
อย่างน้อยก็ปิดอบายได้ชาติหนึ่งแน่ๆ เป็นที่หายห่วง
หรือพลอยโสมนัสแก่คนข้างหลังกัน
คน
เรานี้ ที่จะเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี จากไม่สบายใจเป็นสบายใจ
หรือจากไม่เชื่อมาเป็นเชื่อนั้น
ระหว่างมีชีวิตอาจกลับกลอกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นับครั้งไม่ถ้วน
แต่สำหรับคนใกล้ตายแล้ว ขอโอกาสแค่ครั้งเดียว
เปลี่ยนให้ดีได้แค่ไหนก็เอาดีไปแค่นั้น
เพราะไม่เหลือเวลาให้กลับไปกลับมาสักเท่าไร
คุณสามารถดาวน์โหลดหนังสือทั้งเล่มเป็นไฟล์ PDF หรือฟังเสียงอ่านได้ที่ http://dungtrin.com/7ways และเผื่อขาดเผื่อเหลือสำหรับคนที่ดาวน์โหลดทีเดียวยาก ผมนำไฟล์เสียงอ่านไปไว้ที่ http://soundcloud.com/7waystodiewell ด้วย
ที่ต้องทำไฟล์เสียงไว้ ก็เพราะหลายคนที่อยากอ่าน
หรือสมควรจะอ่านหนังสือเล่มนี้ยิ่ง
อาจอยู่ในสภาพเพียงนอนรับฟังได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
และ
สำหรับไฟล์เสียงอ่านที่สำนักพิมพ์ฮาวฟาร์ทำขึ้นนั้น
ก็เพื่อให้นำไปใช้งานได้ทันทีโดยสะดวก
แต่ในทางปฏิบัติถ้าผู้ป่วยยังเหลือเวลาอยู่พอสมควร
ก็อาจอยากฟังเสียงอ่านของญาติตัวเองมากกว่าฟังเสียงคนไม่รู้จัก
เพราะกระแสความรู้สึกห่วงใยที่ออกมากับน้ำเสียง ให้อะไรมากกว่าเนื้อหา
คือจะไปเกี่ยวกับสายใยจากใจถึงใจ ความรู้สึกถึงความรู้สึก
ตลอดจนกุศลกรรมอันสว่างแบบเทียนต่อเทียนที่ญาติสนิทมิตรสหายพึงมีให้ต่อกัน
ด้วย
ฉะนั้น
หากใครต้องการทำบุญด้วยเสียง
หรือหากใครต้องการสานสายใยผูกพันในช่วงท้ายๆด้วยการอ่านเองให้ญาติฟัง
และไหนๆอ่านแล้วก็อยากเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้ฟังด้วย
ก็อาจสร้างทะเบียนขึ้นที่ soundcloud.com หรือแหล่งรับฝากไฟล์เสียงใดๆ แล้วแจ้งไว้ในสเตตัสนี้ http://on.fb.me/XZ0h56 ผมก็จะนำไปตั้งเป็นสเตตัสใหม่เพื่อให้คนหลังๆได้ลองดาวน์โหลดไปฟังกัน ถือเป็นการทำบุญด้วยเสียงเพื่อสร้างเทวดาร่วมกัน
ไม่
มีใครรู้ว่าเมื่อใดคือจังหวะเหมาะที่สุดที่จะเตรียมตัวตาย
แต่คงไม่มีใครเสียดายถ้าได้รู้วิธีเตรียมไว้ให้พร้อมตั้งแต่สติยังอยู่ครบ
ครับ
ดังตฤณ
พฤศจิกายน ๒๕๕๕
พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น